Need for Speed : RUN. กำกับ Trailer โดย Michael Bay’s.

พึ่งรู้ว่าไมเคิล เบย์ มากำกับฉาก Trailer ของเกมส์ Need for Speed ด้วย
หวังว่าเนื้อเรื่องคงไม่ห่วยเหมือนในหนังนะ :P

Need for Speed : RUN. กำกับ Trailer โดย Michael Bay’sดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

ปล. แต่ยังไงใน PS3 ผมก็คงรอช้อนซื้อมือสองอยู่ดี รู้สึกว่าส่วนตัวไม่ค่อยถนัดเกมส์แนวนี้ซักเท่าไหร่ กะเอาไว้เล่นขำๆ แก้เบื่อซะมากกว่า

Concert Linkin Park Live in Bangkok 2011.

มีโอกาสได้ไปดูคอนเสิร์ต Linkin Park ครั้งแรกครับ ขอบอกว่า สนุกกับคอนเสิร์ตนี้พอสมควร แต่ก็มีเรื่องที่ให้ต้องติกันหน่อย (จริง ๆ น่าจะเยอะอยู่มั้ง) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการจัดการซะมากกว่าครับ

  • อันดับแรกเลยคือเรื่องราคาของบัตร ซึ่งราคาบัตร 2,500 จริง ๆ น่าจะมีของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมากับบัตรเลย แต่เหมือนกับว่า ต้องไปต่อคิวเพื่อรับอีกที (อันนี้ผมไม่แน่ใจว่ายังไง เห็นเพื่อนที่ซื้อบัตรมาให้ มันบอกมา)
  • ตอนแรกก่อนวันงาน เข้าใจว่าจัดใน Impact Arena เมืองทองธานี แต่มาดูอีกที เป็นลาน Active Square. หน้า Impact ซึ่งไม่รู้ว่าทางผู้จัดได้มีการนึกถึงเรื่องฟ้าฝนหรือเปล่า ซึ่งพอวันงานจริง ๆ ก็มีฝนตกปรอย ๆ ทำให้หมดอัตถรสในการชมคอนเสิร์ตไประดับหนึ่ง
  • time line การแสดงที่เลื่อนไปเกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งมาทราบจากนักร้องนำวง Ebola บอกมาเป็นนัย ๆ ตอนขึ้นแสดงว่า วง Linkin Park เดินทางมาถึงช้า ทำให้เขาต้องขึ้นคอนเสิร์ตช้าไปด้วย
  • เรื่องการประชาสัมพันธ์ จริง ๆ แล้วผมรู้ข่าวใน facebook แต่เหมือนกับว่า ทางบริษัทที่จัดการ ดูประชาสัมพันธ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะเท่าที่ถามเพื่อนหลาย ๆ คน บางคนก็ไม่รู้เรื่องเลย (มีออกโฆษณาบนทีวีด้วย แต่ก็ไม่ถี่เท่าไหร่)
  • เสียดายที่วง Linkin Park แสดงดูเหมือนจะจบค่อนข้างไวไปหน่อย (ราว ๆ 1 ชั่วโมงครึ่ง) เลยรู้สึกยังไม่เต็มอิ่มเท่าไหร่นัก (แต่อาจจะเป็นเพราะไปคาดหวังให้เหมือนกับคอนเสิร์ต Bodyslam มากไป) แต่ความมันต้องบอกว่า ไม่ผิดหวังครับ
  • ไม่ได้เอากล้องไป (กลัวฝน) มีแต่รูปจากกล้องมือถือที่ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ คงต้องรอรูปจากกล้อง compact ของเพื่อนอีกทีก่อน
  • เหมือนระบบเสียงในส่วนของ Base กับกลอง (กระเดื่อง) ยังไม่ค่อยดี

สรุปแล้ว งานนี้ การแสดงของ Linkin Park ไม่ผิดหวังครับ แต่ผิดหวังกับเรื่องการจัดการอยู่ระดับหนึ่ง ที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้

แต่รอบหน้าคงไม่ไปละ รอบนี้กระโดดเยอะไปหน่อย ปวดหลังไปเลย (หรือว่าแก่แล้ว…) (-*-)

New OS X 10.7 Lion.

ในที่สุดก็อัพเดตไปแล้วครับ สำหรับ OS X 10.7 หรือที่เรียกกันว่า Lion (ไล-ออน) ซึ่งคาดว่าว่า น่าจะมีกูรูหลาย ๆ ท่าน review ไปหมดแล้ว ซึ่งผมเองตอนนี้มีโอกาสใช้เพียงแค่คร่าว ๆ แต่ยังไม่ทั้งหมดครับ ซึ่งเท่าที่รู้ ๆ มันก็มี feature เยอะมาก ที่มากับตัว OS X Lion อันนี้ ซึ่งผมขอสรุปคร่าว ๆ เฉพาะที่เจอกับตัวเองนะครับ

้เข้าสู่อารยธรรม

  • ตอน Download พลาดไปอย่างหนึ่ง คือปกติผมจะใช้ DNS ของ Google อยู่ (8.8.8.8) เดา ๆ ว่ามันคงเห็นแต่ Mirror ของต่างประเทศอย่างเดียว เลยใช้เวลาในการ Download นานมาก (ตั้งแต่เช้า จนถึง 4 โมง ยังไม่เสร็จ) แต่พอเปลี่ยนมาใช้ DNS ของไทย (3BB) โหลดไม่ถึง 20 นาทีก็เสร็จแล้ว
  • ตอน Install เสร็จแล้ว ได้เนื้อที่ใน HDD กลับมาราว ๆ 10 – 15 GB
  • Scroll Bar หน้าตาเปลี่ยนไป แต่ที่หนักใจก็คือ ทิศทางในการเลือก Scroll Bar แตกต่างไปจากเดิม คือถ้าลากนิ้วกับ touch pad ลงมา มันจะกลายเป็นเลื่อนหน้า page ขึ้นไปด้านบน (อารมณ์คล้าย ๆ กับพวกมือถือจอสัมผัส) ซึ่งส่วนตัวไม่ชอบเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะยังไม่ชิน คงต้องใช้เวลาซักพัก (จริง ๆ ปิดได้ครับ โดยเข้าไปที่ System Preferences แล้วไปที่ Trackpad จากนั้นก็เอาติ๊กถูกตรง When using gestures to scroll or navigate, move content in the direction of finger movement ออก ก็ใช้ได้เหมือนเดิมแล้ว)

Trackpad setting

  • Font เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด บอกตรง ๆ ว่า ไม่สวยซักเท่าไหร่ ดูเหมือนกับพวก Font บน Linux Desktop แรก ๆ ที่จะมีปัญหากับ Font ภาษาไทย
  • Mission Control รู้สึกว่า จัดหมดหมู่ของ App ที่รันอยู่ได้ดี ทำให้ดูง่ายขึ้น ไม่ต้องแยกเป็นหน้าต่าง ๆ เหมือนเมื่อก่อน

Mission Control on OS X Lion

  • Launchpad หน้าตาเหมือน iOS เปี๊ยบ แถมมีทำ folder คล้าย ๆ iOS4 ได้อีกด้วย แต่ผมเองก็ไม่ค่อยได้ใช้ซักเท่าไหร่ ซึ่งมองว่า Feature นี้ เหมาะสำหรับคนที่ใช้ Multitouch บน touchpad ซะมากกว่า

Lanuchpad on OS X Lion

  • เวลาที่เราวางเครื่องทิ้งไว้แล้วระบบจะดับจอให้ ถ้าขยับเมาส์ Monitor จะยังไม่ active ขึ้นมาครับ ต้องมากดคียบอร์ด มันถึงจะ active
  • Dashboard จะแยกหน้าจอออกมาเลย ซึ่งผมเฉย ๆ กับตรงนี้ อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยได้มาใช้ Tool ตรงนี้ซักเท่าไหร่
  • ส่วนของ review เวลาดูพวกรูป มันจะมี tab open with …. มาให้ด้วย

Preview on OS X Lion

  • หน้าตาของโปรแกรม Mail เปลี่ยนไป เหมือนกับตัว App Mail บน iPad ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามปรับตัวกับ Interface แบบใหม่อยู่
  • เท่าที่ใช้มา ณ ขณะนี้ ผมยังไม่เจอปัญหาโปรแกรมที่รันบน Snow Leopard แล้วมีปัญหากับ Lion ครับ แต่คงต้องรอดูอีกซักพัก ว่าจะมีปัญหาอีกหรือเปล่า (แต่เดี๋ยวเจอค่อยว่ากันอีกที)

สรุปแล้ว ถ้าถามว่า น่า Upgrade ไหม ผมว่า มันก็ OK ในระดับหนึ่งครับ Upgrade ก็ได้ แต่ถ้ายังใช้ตัวเก่าอยู่ ก็ไม่เสียหายครับ